ปู่วัย 81 ชีวิตสุดพลิกผัน จากเจ้าของอู่ต่อเรือ ผันตัวเป็นพนักงานขาย ลั่น “เพื่อนแท้ไม่มีหรอก ที่ผ่านมามันมีแค่เพื่อนกิน”

เคยได้ยินมั้ย คำว่าชีวิตคนเรา มีขึ้น มีลง ช่วงขึ้นเราจะมีความสุขในชีวิต ทุกอย่างสวยงาม รอบๆตัวมีแต่ความรัก
พูดอะไรกับใคร มันช่างน่าดูมีความเชื่อถือเหลือเกิน แต่หากลองย้อนดูอีกมุมนึงชีวิตในจังหวะที่เราเจอมรสุมหนัก คำพูดแทบจะไม่มีความหมายกับใครต่อใครเลย ทำอะไรก็ดูผิดไปหมด ทำไมรอบๆตัวเรามันมีแต่สีดำ ชีวิตมันแย่ จนไม่อยากสู้ต่อเลย

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

แต่การจะมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ จะต้องเกิดจากการมีกำลังใจในการผ่านอุปสรรค จึงทำให้ชีวิตมีโอกาสเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงไปได้
เช่นเดียวกับพนักงานอาวุโสคนนี้ จากอดีต ‘เจ้าของอูต่อเรือ’ มีลูกน้องที่ต้องดูแลถึง 200 คน แต่ชีวิตสุดพลิกผัน ปัจจุบันมาเป็น พนักงานขายของห้างสรรพสินค้า ในวัย 81 ปี โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกเปิดเผยโดย นายพลากร เทศนำ เลขาธิการพรรคแผ่นดินธรรม หลังจากที่ได้นำเรื่องราวดังกล่าวมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมระบุข้อความว่า

พนักงานอาวุโส ผมพบกับคุณลุงประชา พนักงานของห้างใกล้บ้าน รู้สึกแปลกใจที่คุณลุงอายุมากแล้วยังต้องมาทำงานเป็นพนักงานขาย กะด้วยสายตาต้อง เจ็ดสิบกว่าแน่ๆ วันนี้ผมเดินหาซื้อของใช้ในห้างคุณลุงเดินมาถามว่าต้องการรถเข็นมั้ย ผมก็กำลังมองหาพอดี เลยถือโอกาส สนทนากับคุณลุง คุณลุงครับ ยังต้องมาทำงานอีกเหรอ ผมถามแก ก็ท้องมันหิวทำไงได้ล่ะลุงตอบ ดีน่ะที่นี่ผู้จัดการเขาสงสารผมก็เลยรับเข้าทำงาน ผมทำงานทุกวันตั้งแต่เก้าโมงเลิกหนึ่งทุ่ม ผมทำแบบนี้ทุกวัน ไม่เคยหยุด คุยกันไปลุงก็เช็ดจานชามไป ผมหยุดไม่ได้ เพราะเขาให้เงินเราทุกวินาที ทุกวินาทีจริงๆ คุณคิดดูสิเวลาผ่านไปทุกวินาทีเป็นเงินทั้งนั้น

พอคุยกันถูกคอ คุณลุงเล่าว่าเมื่อก่อนนั้น เคยเป็นเจ้าของอู่ต่อเรือ มีลูกจ้างสองร้อยกว่าคน มีเพื่อนฝูงมากมายแล้วพอธุรกิจเจ้ง เพื่อนหายหมด ไปกดกริ่งหน้าบ้านใครก็ไม่เปิดประตูต้อนรับ จึงพบกับสัจธรรมของชีวิต เพื่อนแท้ไม่มีหรอกครับ ที่ผ่านมามันมีแค่เพื่อนกิน ตอนนี้ผมแปดสิบเอ็ดแล้ว ทำงานให้ดีที่สุด ผมมีหน้าที่ดูแลและขายถ้วยชามพวกนี้ทั้งหมด ถ้าไม่มีอะไรทำก็เช็ดชามพวกนี้แหละ คุยกันเพลินได้สาระและเรื่องราวมากมายจากคุณลุงผู้ผ่านชีวิตโชกโซน ก่อนลาจากกันคุณจำไว้น่ะ “อย่าดื่มเหล้า อย่าสูบบุหรี่ อย่ากินน้ำอัดลม ร่างกายเราจะดีและที่สำคัญอย่าเครียด รู้จักปล่อยวางด้วยน่ะ “ ขอบพระคุณคุณลุงประชา ผมชอบคุยกับผู้อาวุโสเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชีวิตของท่านเหล่านั้น นึกถึงเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่ง เลยบอกว่า “อายุมึงกูผ่านมาแล้วโว้ย มึงอยู่ให้ถึงอายุเท่ากูก็แล้วกัน”

อย่างไรก็ตาม ชีวิตที่แท้จริง เป็นสิ่งที่ต้องมีการเคลื่อนไหว ชีวิตต้องมี การเรียนรู้ สิ่งใหม่ตลอดเวลา ไม่สามารถหยุดการเรียนรู้ได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข ดังนั้นคนเราจึงต้องมีการพัฒนาตนเองและใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท หรือที่จะบอกก็คือ การเรียนรู้ ทำให้ชีวิตมีคุณค่าโดยเฉพาะการที่เราศึกษาหาความรู้ จะทำให้เรามีการพัฒนาตนเอง ทำให้ชีวิตของเราก้าวหน้าและประสบความสำเร็จได้ ในขณะที่ การมีชีวิตอยู่ นั้น เราจะต้องอยู่อย่างไม่ประมาท ต้องทำแต่สิ่งที่ดีให้กับตนเองและผู้อื่นอยู่เสมอ ทั้งคิดดี พูดดี ทำดี การที่เราปฏิบัติแบบนี้จะทำให้ชีวิตของเราได้พบแต่ความสุข และในหัวข้อนี้ก็มีคำคมทิ้งท้ายอยู่ว่า จงมีชีวิตอยู่อย่างไม่ประมาท ราวกับว่าจะตายในวันพรุ่งนี้ จงมีชีวิตที่เรียนรู้อยู่เสมอ ราวกับว่าจะอยู่ในโลกนี้ชั่วนิรันดร์

มิตรแท้นั้นจะอยู่กับเราทั้งในเวลาที่เรามีความสุข และเวลาที่เราเศร้าใจ เมื่อเวลาที่เดือดร้อน ก็ยังคงมีกันและกัน คอยช่วยกันคิดหาหนทางแก้ไขปัญหา เพื่อนที่เข้าใจกันนั้น ต่อให้ไม่ได้เอ่ยปากบอกเรื่องทุกข์ร้อนในใจแต่เพื่อนก็ยังรับรู้ได้จากความใกล้ชิด ดังนั้น เพื่อนจึงเป็นสิ่งที่มีค่า และควรที่จะรักษามิตรภาพดี ๆ ไว้ให้นานที่สุด

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : FB พลากร เทศนำ

อ่านเพิ่มเติม