เตือนภัยผู้ปกครอง แก๊งลักเด็กอาละวาด เข้าตีสนิทชวนไปซื้อขนม

หนุ่มโพสต์เตือนภัยแก๊งลักพาตัวเด็กออกอาละวาดฉุดเด็กขึ้นรถ แต่โชคดีชาวบ้านเร่งช่วยกันออกตามหา คนร้ายจึงนำเด็กมาส่งคืนไว้ที่เดิม ผู้ปกครองแจ้งเตือนให้เฝ้าดูบุตรหลานของตนอย่างใกล้ชิด และเตรียมติดกล้องวงจรปิดภายในหมู่บ้าน

เฟซบุ๊ก รักคือเวลากว่าเธอรู้ค่าพี่ว่าสายไป โพสต์เตือนภัยเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 13 ต.ค.63 ว่า
“แชร์หน่อย…ครับ(ทับเมย) จับเด็กไปขาย (20นาทีแล้ว) วีโก้ดำ(แค๊บ) และเซฟโลเล็ต (สีบรอนด์) จับมัดแขนมัดขาน้องปลอดแล้วด่วนนนนน….แชร์ด่วนโดยโพสต์ดังกล่าวได้มีการแชร์ต่อๆ ไปในยังโลกโซลเชียลเพื่อเป็นการเตือนแก๊งลักพาตัวเด็กออกอาละวาด

โดยวันนี้ทางทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านทับเมย ต.โนนหนามแท่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ เพื่อสอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมา ทีมข่าวได้พบกับนางจันทร์ บุญชัยอายุ 47 ปีผู้ซึ่งเป็นป้าของเด็กหญิงที่ลูกลักพาตัวและหลังจากที่แก๊งลักพาตัวเด็ก นำเด็กมาส่งคืนไว้ที่เดิมคุณป้าก็คนพบหลานสาวเป็นคนแรก

นางจันทร์ บุญชัย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าก่อนหน้านี้ หลานสาวได้มีการงอนกับให้ตากับยายจึงแอบหนีไปนั่งเล่นโทรศัพท์ที่บ้านญาติที่อยู่ติดกันห่างกันเพียงแค่ไม่กี่หลัง แต่เวลาผ่านไปนานหลานสาวก็ไม่กลับมาสักที ตนกับสามีจึงพากันออกตามหาก็พบว่าหลานสาวนั้นหายตัวไป จึงได้พากันไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ประกาศเสียงตามสายเพื่อที่จะหาตัวหลานสาวชาวบ้านก็ตาพากันออกช่วยกันเดินตามหาตามที่ต่างภายในหมู่บ้าน จนกระทั่งกลับมาเจอเด็กอยู่บ้านบริเวณบ้านที่หายตัวไปโดยตอนที่เจอหลานสาวนั่นหลานสาวอยู่สภาพที่อิดโรยแขนถูกมัดทั้งสองข้างด้วยเสื้อแขนยาวขาทั้งสองข้างถูกมัดด้วยสายโทรศัพท์และที่บริเวณมีการเอากระดาษทิชชูมายัดไว้ที่ปากเด็กเพื่อไม่ให้เด็กส่งเสียงร้องตนจึงได้รีบแก้มัดให้หลานสาว

จากการสอบถามหลานสาวหลานสาวบอกกับตนว่าขณะที่กำลังจะถูกนำตัวไปนั่นพวกแก๊งลักพาตัวซึ่งเป็นชายวันรุ่น 2 คนได้เสียงประกาศตามสายตามหาตัวหลานสาวของตนคนขับรถจึงได้บอกให้เพื่อนอีกคนให้นำตัวหลานสาวของตนลงจากรถไปส่งคืนไว้ที่เดิมโดยรถคันที่ลักพาตัวหลานสาวของตนไปนั้นชาวบ้านได้เห็นว่ารถคันดังกล่าวมีการผิดสังเกตไม่ใช่รถในพื้นที่เพราะไม่มีการติดแผ่นป้ายทะเบียน และมีการขับรถวนไปวนมาภายในหมู่บ้านอยู่หลายรอบและเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็ถือเป็นครั้งแรกที่มีการมาลักพาตัวเด็กในหมู่บ้านซึ่งชาวบ้านก็ต่างพากันลงความเห็นว่าควรจะมีการติดกล้องวงจรปิดรอบๆ หมู่บ้านเพื่อป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำอีก

ขณะที่ ด.ญ.เอ (นามมสมมุติ) เปิดเผยกับทีมข่าวว่าก่อนที่จะถูกจับนั่นตนนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ที่บันไดบ้านญาติที่อยู่ติดกันกับบ้านที่ตนเองอาศัยอยู่ซึ่งปกติตนก็ชอบไปนั่งเล่นอยู่ที่นั่นเป็นประจำทุกวันในช่วงกลางวัน ส่วนสาเหตุที่ตนถูกจับนั้นตนก็ไม่รู้ว่าคนพวกนั้นมาขับตนด้วยสาเหตุอะไร เพราะตอนนั่นตนเห็นรถคันดังกล่าววิ่งมาจากทางบ้านกุดปลาดุกก่อนที่จะมาจอดที่หน้าบ้านที่ตนนั่งเล่นอยู่ ก่อนที่จะมีชายวัยรุ่นเดินลงมาแล้วก็มาถามตนว่าตนอยากกินขนมไหม พอดีตนนั้นตนเองก็หิวข้าวอยู่เหมือนกันแต่ตนก็ได้บอกกับคนพวกนั้นไปว่าตนไม่มีเงิน

จากนั้นคนพวกนั้นก็บอกกับตนว่าไม่มีเงินไม่เป็นไร งั้นไปเลือกดูขนมอยู่บนรถตนจึงได้เดินทางขึ้นรถไปพอขึ้นรถไปคนพวกนั่นก็เอาผ้าทิชชูมาปิดปากตนไว้ก่อนที่จะใช้เสื้อแขนขาวมัดแขนทั้งสองข้าง และใช้สายโทรศัพท์มัดขาตนไว้พอกำลังจะขับรถออกไปคนพวกนั้นก็ได้ยินเสียงประกาศตามสายที่ประกาศตามหาตัวหนู
หนึ่งในนั้นจึงได้บอกให้เพื่อนอีกคนเอาตนลงมาส่งคืนไว้ที่เดิมก่อนที่จะขับรถหนีออกไป ซึ่งตอนรู้สึกตกใจกลัวและทำอะไรไม่ถูกเช่นเดียวกัน

อ่านเพิ่มเติม
Privacy-Policy