หน้าแรก บล็อก หน้า 6
ตอนนี้ต้องบอกเลยว่าทั่วโลกต่างก็เอาใจช่วยประเทศญี่ปุ่นให้สามารถผ่านพ้นพายุ ไต้ฝุ่นฮากิบิส เหลืออีกชื่อหนึ่ง ไต้ฝุ่นหมายเลข 19 มีความรุนแรงเท่าพายุเฮอริเคนระดับ 5 โดยพบว่าเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดกว่า 2,000 กิโลเมตร ซึ่งจะก่อความเสียหายอย่างหนัก โดยตอนนี้ทางด้านประเทศญี่ปุ่นนั้นกำลังเตรียมพร้อมอพยพประชาชนและกักตุนอาหารน้ำดื่มให้พอเพียงคาดว่าปริมาณน้ำฝนที่จะเกิดจากพายุเวลา 2 วันจะทำให้น้ำท่วมได้เลย ล่าสุดนี้พบว่าคนญี่ปุ่นในประเทศไทยได้เผยแพร่ผลกระทบของพายุที่เกิดขึ้นพร้อมกับถ่ายภาพท้องฟ้าก่อน จะเจอพายุพรุ่งนี้พร้อมแคปชั่นว่า มีหลายๆ คน พูดว่ารูปเก่าบ้าง ปรับสีรูป เกี่ยวกับท้องฟ้าสีชมพู เราเป็นคนถ่าย บอกเลยว่าไม่ได้ปรับสีใดๆ ทั้งสิ้นคะ แล้วก็ถ่ายวัน 11/10/2019 เวลาประมาณ 17:45 น. ณ สถานีรถไฟฟ้า Kii-Katsuura ที่ วากายาม่า ประเทศญี่ปุ่น จริงคะ โดยท้องฟ้านั้นมองเห็นชัดเจนว่าเป็นสีแดงอมชมพูอย่างชัดเจนถึงอย่างไรก็มีชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็นพร้อมให้กำลังใจคนไทยที่อยู่ที่นั่นขอให้ปลอดภัย ท้องฟ้าก่อนพายุเข้า ท้องฟ้าก่อนพายุเข้า ท้องฟ้าก่อนพายุเข้า ท้องฟ้าก่อนพายุเข้า ขอบคุณที่มา Na Noo
วันที่ 11 ตุลาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์ในขณะนี้มีการแชร์เรื่องราวของผู้ใช้เพจเฟซบุ๊กชื่อ หนึ่งบางปู ซึ่งได้โพสต์ภาพการเข้าช่วยคุณยายโดยระบุข้อความว่า รบกวนเพื่อนๆช่วยหนึ่งแชร์ ให้คนมาช่วยคุณยายหน่อยนะคะ หลังจากทำบุญถวายภัตตาหารเพลที่วัดพระบาทน้ำพุเสร็จแล้ว วันนี้หนึ่งโชคดีมากค่ะ ที่ได้เจอคุณยายเป็นครั้งที่ 2 หนึ่งเคยช่วยคุณยายครั้งแรกเมื่อประมาณครึ่งปีที่แล้ว เจอคุณยายท่านมานั่งอยู่บริเวณปากทางเลี้ยวเข้าแก่งคอย ทางเส้นที่จะไปโคราช เท่าที่สอบถาม คุณยายอายุประมาณ83 ปีแล้วค่ะ ท่านไม่มีลูกหลาน คุณยายจึงมานั่งขอทานอยู่บริเวณนี้ทุกวัน หนึ่งจึงได้มอบเงินให้คุณยายจำนวนหนึ่ง หากผู้ใจบุญท่านใดผ่านมาทางบริเวณนี้ ให้สังเกตุฝั่งขวามือ เลี้ยวมาจากถนนใหญ่นิดเดียวค่ะ จุดสังเกต คือคุณยายจะนั่งอยู่หน้าศาลค่ะ ขอรอยยิ้มและความสุขจงมีแด่ผู้ที่เห็นโพสต์นี้นะคะ กัลยาณมิตรทุกท่าน สาธุ นางฟ้าของยาย ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก หนึ่งบางปู ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก หนึ่งบางปู โพสต์ดังกล่าว ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก หนึ่งบางปู ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก หนึ่งบางปู ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก หนึ่งบางปู
เรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอน สำหรับ แฟนละครต้องรู้จัก ต้น จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์ ด้วยผลงานการแสดงที่มีมากมายมาอย่างต่อเนื่องในวงการบันเทิง รับบทบาทมากแล้วทั้งเป็นพระเอกแสนดี ตัวโกงที่ร้ายสุดขั้ว แต่ไม่ว่าจะบทบาทไหนก็ชนะใจแฟนคลับทั้งประเทศได้อยู่แล้วจ้า หล่อมากจ้า ถ่ายกับภรรยา ล่าสุด ทำแฟนๆแปลกใจอย่างมากเพราะต้น จักรกฤษณ์ ชื่อของพี่ต้นอยู่ในทำเนียบนักแสดงระดับแถวหน้าของเมืองไทยอย่างไม่ต้องสงสัย หน้าเปลี่ยนไป ดูเด็กขึ้น จนโดนแอบแซวไปเสริมหล่อมาหรือเปล่า โพสต์ดังกล่าว โดยหนุ่มต้นนั้นได้ออกมายอมรับว่าได้ไปเสริมหล่อมาจริงๆจ้าโดย แก้หนังตาตก ยกคิ้ว ผ่าตัดเก็บถุงใต้ตา พร้อมทั้งแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณแก้มและเหนียงใต้คาง ช่วยเก็บกรอบหน้าให้คมชัดช่วยให้ลดอายุย้อนวัยเหมือนสมัยหนุ่มๆ นั่นเองจ้า ภาพล่าสุดหลังทำ ภาพจาก ช่องวัน ภาพจาก ช่องวัน
ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับงานวิวาห์ของสาวเปา เปาวลี และหนุ่มเอิร์ธ ลูกชายซูโม่กิ๊ก ต้องบอกเลยว่าวันนี้ทีมงานสยามนิวส์จะพาย้อนกลับไปถึงบรรยากาศ ในการขอแต่งงานและตกลงเรื่องค่าสินสอดกันด้วยค่ะ ทั้งนี้ระหว่างที่ คุณพ่อศักดิ์ และคุณแม่บังอร เฟื่องฟุ้ง รอชื่นชมความสำเร็จของลูกสาว ผู้สื่อข่าวได้ขออัพเดทข่าวดีภายหลังนักร้องสาวเปิดใจว่าเตรียมสละโสดกับ เอิร์ธ กานต์ กิจเจริญ ลูกชายคนเดียวของ ซูโม่กิ๊ก เกียรติ กิจเจริญ ภายหลังคบหาดูใจกันมายาวนานกว่า 7 ปี โดยคุณแม่บังอร คอนเฟิร์มว่า ทางซูโม่กิ๊กและภรรยา ได้มาสู่ขอลูกสาวตนให้กับหนุ่มเอิร์ธเมื่อประมาณ 2 เดือนก่อนซึ่งตนและคุณพ่อศักดิ์ ยินดียกให้ เพราะประทับใจในความเสมอต้นเสมอปลายของหนุ่มเอิร์ธ น่ารักนิสัยดีที่สำคัญเชื่อว่ารักลูกสาวตนเองจริง ซึ่งพิธีวิวาห์ระหว่างเปากับหนุ่มเอิร์ธจะมีขึ้นราวปลายปี พ.ศ. 2562 หรือปลายปีหน้าอย่างแน่นอนนอกจากนี้คุณแม่บังอรยังได้เล่าบรรยากาศสู่ขอให้ฟังด้วยว่า เป็นไปอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางความรู้สึกชื่นมื่นของทั้งสองครอบครัว โดยทางครอบครัวตนไม่ได้ เรียกสินสอด ทางบ้านซูโม่กิ๊ก ที่สู่ขอเปาให้กับหนุ่มเอิร์ธแม้แต่บาทเดียว ขอให้ครอบครัวหนุ่มเอิร์ธรักและเอ็นดูลูกสาวตนเหมือนลูกแท้ๆ ก็แฮปปี้แล้ว บรรยากาศสู่ขอก็ดีเขินๆ สินสอดไม่ได้เรียก ไม่ต้องเรียกก็ได้ ให้เท่าไหร่ก็ได้ เขาเป็นคนดีนะ เริ่มแรกที่รู้จักกันเขาเป็นเพื่อนกันแล้วก็ยาวมาเลย เขาน่าจะรู้ใจกัน คุยด้วยแล้วดีสบายใจ ถ้าลูกมีความสุขแม่ก็ดีใจ ได้เจอคนดี เขาเป็นคนให้เกียรติน้องเปาแม่ว่าเขาก็มาตามขั้นตอน เข้ามาก็ทำงาน ทำงานเรียน เรียนเรียนจบแต่งงานอายุ 27 ปี และทำงานต่อ ด้านคุณพ่อศักดิ์กล่าวว่า เหมือนกับแม่ครับรู้สึกมีความสุขที่ลูกเจอคนดี ผู้ใหญ่เขาก็ดี มาก็คุยกันดีสบายๆ...
จากกรณกรมอุุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ออกประกาศเตือนว่าไต้ฝุ่นฮากิบิส อาจขึ้นฝั่งเกาะหลักของญี่ปุ่นในวันเสาร์นี้ (12 ต.ค.) พร้อมเตือนประชาชนให้ระวังอันตรายจากฝนที่คาดว่าจะตกลงมาอย่างหนัก กระแสลมแรง สตอร์มเซิร์จ และคลื่นสูง ขณะที่สายการบินออล นิปปอน แอร์เวยส์ (เอเอ็นเอ) ประกาศว่ามีแนวโน้มที่จะยกเลิกเที่ยวบินในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ พร้อมเตือนว่ากาารต่อเครื่องบินทั้งขาเข้า และออกจากสนามบินต่างๆ อาจจะได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นลูกนี้ ส่วนสายการบินเจแปน แอร์ไลนส์ (เจเอแอล) แจ้งต่อนักเดินทางว่า บริษัทจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมใดๆ สำหรับการเปลี่ยนเที่ยวบิน หรือขอคืนตั๋ว เพราะการดำเนินงานได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เลวร้าย หรือภัยธรรมชาติ ทางด้านอีสต์ เจแปน เรลเวย์ ซึ่งให้บริการรถไฟในหลายสาย รวมถึงรถไฟความเร็วสูง และรถไฟเส้นทางที่มายังสนามบินทั้ง 2 แห่งของกรุงโตเกียว ประกาศบนหน้าเว็บไซต์ของบริษัทว่า อาจจะระงับให้บริการรถไฟความเร็วสูง และบริการรถไฟทั่วไปในบางเส้นทางช่วงสุดสัปดาห์นี้ ส่วนหนึ่งของมาตรการป้องกันภัยล่วงหน้า ต่อพายุไต้ฝุ่นฮากิบิส สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงขอประกาศเตือนคนไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวในพื้นที่คันโต (โตเกียว ฯลฯ) และโตไก (ชิซึโอกะ ฯลฯ) และบริเวณใกล้เคียง โปรดติดตามสถานการณ์ ระวังภัยจากฝนตกหนัก และลมกระโชกแรง หลีกเลี่ยงการออกจากเคหะสถานในช่วงเวลาดังกล่าว ตรวจสอบความแข็งแรงของประตูหน้าต่าง เตรียมอาหาร น้ำ และของจำเป็นในสถานการณ์ฉุกเฉิน ระวังสิ่งของด้านนอกบ้านหรือระเบียงที่อาจปลิวจากลมกระโชกแรงและสร้างความเสียหายได้ โปรดเตรียมความพร้อมหากมีประกาศอพยพของทางการญี่ปุ่น ในเบื้องต้น ยังไม่มีการประกาศให้อพยพ หรือระงับบริการของสายการบิน และรถไฟ แต่อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่าไต้ฝุ่นหมายเลข...
เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตแห่แชร์ และเข้ามาแสดงควมคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก หลังมีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ เครือสหพัฒน์ แหลมฉบัง ได้ออกมาโพสต์ภาพ พร้อมระบุข้อความว่า 100 บาท ย่านศรีราชา โดยเป็นภาพอาหารที่มีปริมาณน้อยไม่สมกับราคา 100 บาท ทำเอาชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โพสต์ดังกล่าว 100 คอมเม้นท์ชาวเน็ต ขอบคุณที่มาจาก เครือสหพัฒน์-แหลมฉบัง เรียบเรียงโดย siamvariety
หลายคนคงรู้จัก ไพโรจน์ ใจสิงห์ เป็นอย่างดี กับบทบาทฝีมืองทางการแสดงที่เหนือชั้น และเข้าสู่วงการครั้งแรกในปี 2514 โดยรับบทพระเอกจากเรื่อง ดวง ของ เปี๊ยก โปสเตอร์ คู่กับ วนิดา อมาตยกุล และ สังข์ทอง สีใส เป็นตัวประกอบ ตามด้วยการทำงานกับผู้กำกับมืออาชีพอีกหลายคน ได้แก่ คนสู้คน ของ วิจารณ์ ภักดีวิจิตร คู่กับ อรัญญา นามวงศ์ และ ชุมพร เทพพิทักษ์ , เพชรตาแมว (จากละครวิทยุโด่งดังในอดีตโดยคณะกันตนา) ของ ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก คู่กับ นัยนา ชีวานันท์ , ลูกชู้ คู่กับ ผึ้ง สุวรรณแพทย์ ในปี2515 นอกจากนี้ชีวิตส่วนตัว ไพโรจน์ ได้แต่งงานกับ นก โซติรส ใจสิงห์ มีบุตรทั้งหมด 9 คน หนึ่งในนั้นคือ ชื่อ กฤษฎา ใจสิงห์ ศิลปินเพลงแนวอินดี้ เมื่อวันที่ 25...
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคู่รัก ที่หลายๆคนแห่เชียร์ และเฝ้าติดตามกันเป็นจำนวนมาก สำหรับคู่ หนุ่มมีมี่ และ น้องบี ที่ต้องบอกเลยว่าไม่เคยดูคนที่ภายนอก รักกันด้วยใจมาตลอด ล่าสุดทำเอาแฟนๆ ช็อกหนัก หลังเจ้าตัวได้ออกมาเผยว่าได้เลิกลากันเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ น้องบี ทิ้งมีมี่แล้วโพสต์เฟซบุ๊กกับชายหนุ่มคนใหม่พร้อมบอกว่าเลือกคุณแล้วจะไม่สนใจใครโดยมีคนเข้ามาแสดงความยินดีกันจำนวนมากทิ้งมีมี่แล้วโพสต์เฟซบุ๊กกับชายหนุ่มคนใหม่พร้อมบอกว่าเลือกคุณแล้วจะไม่สนใจใครโดยมีคนเข้ามาแสดงความยินดีกันจำนวนมาก อดีต ล่าสุดทั้งคู่ได้ออกรายการ โหนกระแส โดยทั้งคู่ออกมาพูดความความจริง โดยน้องบี เล่าว่า หลังผูกข้อมือ มีมี่ ก็ชอบดื่มสุราจนเมาแล้วกลับมาทำร้ายร่างกาย ตบหน้าลูก นอกจากนี้ยังด่าโสเภณี นอกจากนี้ชาวเน็ตได้ออกมาแสดงความคิดเห็น สงสารผู้หญิงซะส่วนใหญ่ ภาพจาก โหนกระแส ส่วนทางด้าน มีมี่ ได้ระบุ ยอมรับว่าเคยทำร้ายเขา แต่ใช้รองเท้าตีไม่ได้ใช้ไม้ ที่ไปตามก็เพราะอยากรู้ว่าเขาไปนอนที่ไหน ไปทำงานจริงไหม ซึ่งผมดื่มเหล้าแค่กั๊กเดียวเท่านั้น เพิ่งดื่มเหล้ามากๆหลังเขาเริ่มไปเที่ยว เราก็รู้สึกว่าห่างกันแค่ 5 วันแต่ได้สามีใหม่แล้ว เราก็เสียใจทนอะไรไม่ได้ คุยกับผมมีแต่ด่า เขาไม่กล้ามองผมหรอกกลัวแฟนเห็น ส่วนเรื่องเงินศัลยกรรมนั้น นำเงินมาซ่อมบ้าน ถ้าเขาจะเลิกก็แล้วแต่เขา แต่ใครจะกลับไปได้ แฟนใหม่เขาก็ยังอยู่ทนโท่แบบนี้ แต่ก็ยังยินดีที่จะรอ หลังจากนี้จะเป็นเพื่อน น้า อา กันก็ได้ แค่ยังติดต่อกัน ส่วนจะให้ผมขอโทษเขาที่เคยทำร้ายร่างกายครั้งนั้น จะขอโทษทำไม เขามีคนใหม่สิต้องขอโทษผม คลิป ขอบคุณที่มาจาก รายการโหนกระแส
เอามาเปิดใจครั้งแรกสำหรับ มีมี่ หนุ่มหน้าปาน และ น้องบี ล่าสุดทั้งคู่ได้ไปเผชิญหน้าในรายการโหนกระแสพร้อมเผยปมแรกที่มีปากเสียงกันกันนั่นก็คือครั้งหนึ่งก่อนชายได้ทำร้ายฝ่ายหญิงเพราะว่าอาการมึนสิ่งที่ยังคงจำจนถึงทุกวันนี้ ทำไมเขารักเราแต่ไม่รักลูกเราด้วยเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นสร้างความเสียใจให้กับเธอมากเธอถึงขั้นกลับไปอยู่หาดใหญ่แล้วทางฝ่ายชายก็ตามมาง้อตอนนั้นก็ให้โอกาสไป แล้วก็ไม่อยู่ด้วยกันที่หาดใหญ่และหลังจากนั้นก็ทำนิสัยเดิมๆ และก็ปากเสียงกันกันกันอีกแล้วก็อยู่กันไม่ได้แล้วต่างคนต่างแยกย้ายหลังจากนั้นฝ่ายหญิงก็ขึ้นไปอยู่กรุงเทพฯ แล้วก็ไปอยู่ด้วยกันแล้วเกิดปัญหาเดิมๆอีกให้โอกาสกี่ครั้งก็เดิมๆมึนเหมือนเดิม แล้วจุดแตกหักของทั้งคู่นั่นคือทนไม่ไหวแล้วคือฝ่ายชายนั้นทำร้ายร่างกายจนหน้าบวมแขนบวมไปหมด อาการของฝ่ายชายนั้นเมาแล้วก็ใจร้อนเขาก็ใจร้อนต้องมาฟังคนมึนได้นู่นได้นี่พูดนู่นพูดนี่และหลังจากนั้นก็มีปากเสียงปากเสียงกันกัน หลังจากนั้นก็ลงไม้ลงมือกันสุดท้ายพ่อแม่ก็เข้ามาห้าม ถ้าฝ่ายชายยืนยันว่าตีแค่ครั้งเดียวทั้งนั้นคือการตบหน้าฝ่ายหญิงจนเป็นรอยช้ำโดนไม้กวาดทำร้าย แต่ฝ่ายชายก็ยืนยันว่าใช้รองเท้าตีไม่ใช้ไม้ตีเพราะผมไปตามหาเธอ 3 วัน 3 คืนไม่ได้นอนไม่รู้ว่าเธอนั้นไปนอนไหน ทางด้านฝ่ายหญิงก็แก้ตัวว่าไม่ใช่เรื่องจริงหนูไม่ได้ไปนอนบ้านใคร ที่ไปนั้นเป็นหลังจากที่ฝ่ายชายทำร้ายฝ่ายหญิงทนไม่ได้ต้องไปอาศัยอยู่บ้านเพื่อน หลังจากนั้นฝ่ายชายก็ตามละลานรำคาญตลอดเวลา เธอนั้นเลยต้องออกจากงานเพราะทนไม่ได้กับพฤติกรรมดังกล่าว และจุดแตกหักครั้งที่ 2 นั่นก็คือ ที่ทำให้ทะเลาะกันแล้วต้องหย่ากัน ปัจจุบันก็คือเธอนั้นมาทำงานที่ร้านกาแฟ ก็ทำงานใกล้ๆกัน เราสองคนก็ไปมากันเรื่อยๆ พอเขาเมาเขาก็เบิกเงินจนหมดเพื่อมาหาจนเกิดปัญหาเพราะเงินที่เบิกเงินหมดแล้วเขาก็มาหาที่หอมาโวยวายเพราะว่าเพราะฝ่ายหญิงนั้นชอบเที่ยว และเขาก็จะทำร้ายหนูเช่นกันแต่ว่ามีคนห้ามไว้นั่นคือหลาน ส่วนเจ้าของหอนั้นจะไล่ออกจากที่พัก หลังจากนั้นเธอก็หนีไปอยู่ที่อื่นหนีไปเช่าห้องอยู่ โดยไม่กล้ากลับไปหาฝ่ายชายแล้วเพราะว่ากลัวจะโดนทำร้ายร่างกายเหมือนแบบเคยดูเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นก็ทำให้ผู้หญิงต้องไปหาคนใหม่แล้วหลังจากเลิกกันได้ 5 วันก็เปิดตัวเลยโดยฝ่ายชายก็บอกว่าเจ็บปวดเป็นอย่างมากเอาเป็นว่ารายละเอียดจะเป็นอย่างไรไปชมคลิปด้านล่าง ชมคลิป ขอบคุณที่มาโหนกระแส (Hone-Krasae) Official
ลูกจ้างโรงงานแห่งหนึ่งในตำบลบ้านหม้อ อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี รวมตัวเรียกร้องความเป็นธรรม หลังผู้ประกอบการโรงงาน ลอยแพเลิกจ้างกระทันหัน ไม่เว้นแม้แต่ผู้จัดการโรงงาน โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่มีเงินชดเชยให้ตามกฎหมาย บอกอยากได้ให้ไปฟ้องเอาเอง ตัวแทนลูกจ้าง เล่าว่า ก่อนหน้านี้ทางผู้ประกอบการ เลื่อนจ่ายเงินเดือนมาตลอด ก่อนค้างจ่ายเงินเดือนประมาณเกือบ 2 งวด ต่อมาประกาศปิดโรงงาน เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม และเลิกจ้างแบบทันที ทำให้เดือดร้อน เพราะทุกคนต่างแบกภาระหนี้สิน และค่าใช้จ่ายประจำวัน ทั้งนี้ทางผู้ประกอบการนัดจ่ายเงินเดือนที่เหลือให้ ที่สำนักงานแรงงานจังหวัดสิงห์บุรีในวันที่ 11 ตุลาคม 25562 แต่เป็นการจ่ายเงินเดือนแค่เพียงครึ่งเดียวและอีกครึ่งที่เหลือนัดจ่ายให้ในวันที่ 18ตุลาคม หวั่นไม่ได้รับเงินเต็มจำนวน วอนทางผู้ประกอบการเห็นใจจ่ายค่าแรงคืนทั้งหมดด้วย และอยากให้แรงงานจังหวัดและสำงานประกันสังคมเข้ามาดูแลช่วยเหลือในเบื้องต้นด้วย ประตูล็อก คลิปข่าว ขอบคุณ thaich8

MOST POPULAR

HOT NEWS